งานฉีดซ่อมรอยแตก (Injection) ช่วยซ่อมคอนกรีตได้ตรงจุดโดยไม่ต้องสกัดโครงสร้าง แต่การเลือกวัสดุผิดชนิดทำให้ซ่อมไม่จบ เช่น ใช้ Epoxy กับรอยแตกที่มีน้ำไหล หรือใช้ PU กับรอยแตกที่ต้องรับแรง

PU Injection กับ Epoxy Injection ต่างกันตรงไหน
| หัวข้อ | PU Injection | Epoxy Injection |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | หยุดน้ำรั่วซึม | เชื่อมประสานและคืนความแข็งแรง |
| สภาพรอยแตกที่เหมาะ | มีน้ำซึม น้ำไหล หรือชื้น | แห้ง หรือชื้นเล็กน้อยตามสเปกวัสดุ |
| ลักษณะหลังแข็งตัว | ยืดหยุ่น รับการขยับได้ | แข็ง รับแรงได้ |
| ใช้กับ | ผนังใต้ดิน ถังน้ำ บ่อลิฟต์ หลังคาคอนกรีต | เสา คาน พื้น ผนังรับแรง |
| ข้อจำกัด | ไม่ได้เพิ่มกำลังรับแรง | ไม่เหมาะกับรอยแตกที่มีน้ำไหล |
ดูอย่างไรว่ารอยแตกควรใช้แบบไหน
- มีน้ำหยด ไหล หรือคราบน้ำตามรอย ใช้ PU Injection
- รอยแตกอยู่ในเสา คาน หรือพื้นที่รับน้ำหนัก และแห้ง ใช้ Epoxy Injection
- รอยแตกที่ขยายต่อเนื่องหรือเป็นแนวเฉียง ควรให้วิศวกรตรวจโครงสร้างก่อน
- บางงานใช้ทั้งสองแบบ หยุดน้ำด้วย PU ก่อน แล้วเสริมความแข็งแรงตามคำแนะนำของวิศวกร
ขั้นตอนงานฉีดซ่อมรอยแตก
- สำรวจรอยแตก วัดความกว้าง ความยาว และดูว่ามีน้ำหรือไม่
- ทำความสะอาดแนวรอยแตก
- เจาะรูและติดตั้งหัวฉีด (Packer) ตามระยะที่กำหนด
- ปิดผิวรอยแตก เพื่อไม่ให้วัสดุไหลออก (สำหรับ Epoxy)
- ฉีดวัสดุด้วยแรงดัน จนวัสดุเต็มแนวรอยแตก
- ถอดหัวฉีดและเก็บผิวให้เรียบร้อย
งาน Injection ใช้กับโครงสร้างอะไรได้บ้าง
ใช้ได้กับสะพาน ทางยกระดับ ลานจอดรถ พื้น เสา และผนังโรงงาน อาคารสำนักงาน คอนโด ถังน้ำ ระบบบำบัดน้ำ และโครงสร้างใต้ดินหรืออุโมงค์ ดูตัวอย่างผลงานได้ที่ผลงาน PU Injection