คำถามแรกที่ทีมงานแมทท์ เคมมี่ ได้รับบ่อยที่สุดคือ "ตารางเมตรละเท่าไร" คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ขึ้นกับว่าพื้นของคุณต้องการระบบแบบไหน บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำให้ราคาขึ้นลง และควรอ่านใบเสนอราคาอย่างไร

พื้น Epoxy มีกี่ระบบ แต่ละระบบราคาต่างกันอย่างไร
| ระบบ | ลักษณะ | เหมาะกับ | ระดับราคา |
|---|---|---|---|
| Epoxy Coating (เคลือบบาง) | ทาหรือกลิ้ง 2–3 ชั้น ผิวบาง | พื้นที่ใช้งานเบา ทางเดิน โกดังสินค้าเบา | ประหยัดที่สุด |
| Epoxy Self-Leveling | เทปรับระดับ ผิวหนา เรียบเนียน | โรงงานผลิต ห้องแล็บ ห้องคลีนรูม | ปานกลางถึงสูง |
| Epoxy Mortar / หนาพิเศษ | ผสมทราย ผิวหนาและแข็งมาก | พื้นที่รับแรงกระแทกและน้ำหนักสูง | สูง |
| Epoxy สูตรน้ำ | กลิ่นน้อย ระบายไอน้ำได้บางส่วน | พื้นที่ปิด อาคารที่ใช้งานอยู่ | ประหยัดถึงปานกลาง |
5 ปัจจัยที่ทำให้ราคาพื้น Epoxy ต่างกัน
- ระบบและความหนา ยิ่งหนา ใช้วัสดุมากขึ้น และใช้เวลาติดตั้งนานขึ้น
- สภาพพื้นเดิม รอยแตก หลุม คราบน้ำมัน หรือสีเก่า เพิ่มงานเจียร ซ่อม และลอกผิว
- ความชื้นในพื้น ถ้าพื้นชื้นต้องเพิ่มระบบป้องกันความชื้นใต้ดิน
- ขนาดพื้นที่ พื้นที่ใหญ่มักได้ราคาต่อตารางเมตรถูกลง
- เงื่อนไขหน้างาน ทำนอกเวลา แบ่งทำทีละโซน หรือต้องเร่งงาน มีผลต่อค่าแรง
ทำไมใบเสนอราคาแต่ละเจ้าต่างกันมาก
ใบเสนอราคาที่ถูกกว่ามักต่างกันในรายละเอียดที่มองไม่เห็นตอนส่งมอบงาน เช่น ความหนาจริงของชั้นวัสดุ จำนวนชั้น เกรดวัสดุ และการเจียรผิวก่อนลงงาน พื้นที่ข้ามขั้นเตรียมผิวอาจดูสวยวันส่งมอบ แต่หลุดลอกภายในไม่กี่เดือน เวลาเทียบราคาควรขอให้ทุกเจ้าระบุรายการเหล่านี้ให้ตรงกัน
ใบเสนอราคาที่ดีควรระบุอะไรบ้าง
- ชื่อระบบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้
- ความหนารวม หรือจำนวนชั้นและปริมาณวัสดุต่อตารางเมตร
- วิธีเตรียมผิว เช่น เจียร ขัด ซ่อมรอยแตก
- ระยะเวลาทำงานและเวลาก่อนเปิดใช้งาน
- เงื่อนไขและระยะเวลารับประกัน
ลดค่าใช้จ่ายพื้น Epoxy ได้อย่างไรโดยไม่เสียคุณภาพ
วิธีที่ได้ผลคือแบ่งโซนตามการใช้งาน ใช้ระบบหนาเฉพาะจุดที่รับแรงหนัก และใช้ระบบบางในพื้นที่ใช้งานเบา สำหรับโกดังขนาดใหญ่ที่ต้องการแค่ลดฝุ่น Polished Floor อาจคุ้มกว่า Epoxy เพราะไม่มีชั้นฟิล์มที่ต้องเคลือบซ้ำ